ประโยชน์ของการฝึกโยคะ

จุดมุ่งหมายของการฝึกโยคะ
เพื่อต้านโรคภัยไข้เจ็บ ฝึกร่างกายให้มีความคงทนและมีชีวิตยืนยาว โยคะไม่ใช่เรื่องของศาสนา ปรัชญาหรือลัทธิใดๆ แต่หากเป็นวิธีการดูแลสุขภาพ ร่างกายและจิตใจตามธรรมชาติ เป็นหลักสากลที่มนุษย์ทุกชาติ ศาสนา ทุกเพศ ทุกวัยจะฝึกได้

ความสำคัญของการฝึกโยคะ
การใช้ชีวิตปัจจุบันท่ามกลางความเร่งรีบ แข่งขัน ความเคร่งเครียด การบริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสม ล้วนทำให้ร่างกายขาดความสมดุล สะสมโรค และเป็นบ่อเกิดของโรคภัยไข้เจ็บ โยคะ เป็นวิธีหนึ่งในการบำบัดและรักษาเชิงรุกตามแนวทางธรรมชาติ มีความปลอดภัยและสามารถนำไปใช้ในชิวิตประจำวันได้

ข้อแตกต่างของโยคะจากการออกกำลังกายแบบอื่น
> ปลอดภัย ไม่มีแรงกระแทก ผู้มีน้ำหนักตัวมากสามารถฝึกได้โดยไม่เป็นอันตรายต่อข้อเข่า
> ไม่จำกัดอายุและเพศ ทุกคนสามารถฝึกได้ประโยชน์เสมอกัน
> มุ่งเน้นการผ่อนคลายทั้งร่างกาย ลมหายใจ และจิต
> ไม่มีสภาวะการแข่งขัน
> เน้นให้ชีพจรและหัวใจเต้นช้าลง ทำงานน้อยลง ถนอมเพื่อให้อายุยืนยาวขึ้น
> พัฒนาการยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ ข้อต่อและเส้นเอ็นโดยการบิดและยืดตัว


ทำไมจึงควรฝึกโยคะ
โยคะเป็นมากกว่าการออกกำลังกาย โยคะ คือ วิธีการดูแลสุขภาพองค์รวมเชิงรุก ให้ผลดีต่อทั้งร่างกายและจิตใจ

ประโยชน์ที่ได้
> สุขภาพดีขึ้น
> เพิ่มความยืดหยุ่นของร่างกาย
> ร่างกายมีความคงทน สุขภาพแข็งแรง ต้านโรคภัยไข้เจ็บได้ในระดับหนึ่ง
> ระบบการเผาผลาญ การขับถ่าย และการดูดซึมอาหารดีขึ้น
> การทำงานของหัวใจมีประสิทธิภาพมากขึ้น
> ช่วยให้อวัยวะภายในทำงานได้ดีชึ้น
> ความจุของปอดเพิ่มขึ้น
> ปรับสมดุลให้ระบบประสาท
> ชะลอความเสื่อมของเซลส์ในร่างกาย
> ช่วยขับของเสีย ทำให้ร่างกายสะอาดและสดชื่นขึ้น
> ช่วยบำบัดและบรรเทาความเจ็บปวด เช่น ปวดข้อ ปวดหลังเรื้อรัง
> ลดระดับคลอเรสเตอรอลและน้ำตาลในเลือด
> รูปร่างดีขึ้น
> ช่วยลดน้ำหนักส่วนเกิน เนื่องจากกลไกการเผาผลาญตามธรรมชาติปรับร่างกายเข้าสู่ภาวะสมดุล
> ปรับสมดุลโครงสร้างของร่างกายจากอิริยาบถในชีวิตประจำวันที่ไม่ถูกต้อง
> ช่วยให้่กล้ามเนื้อกระชับได้สัดส่วน
> เพิ่มความยืดหยุ่นของผิวหนัง
> ผิวพรรณดูอ่อนเยาว์ ชะลอความชรา
> จิตใจสงบ
> ผ่อนคลายความตึงเครียด ช่วยให้จิตใจสงบเยือกเย็น
> ลดอาการกระสับกระส่าย กังวล นอนไม่หลับ
> ทำให้มีสมาธิในการทำกิจการงานมากขึ้น
> ช่วยควบคุมจิตใจและความเครียดได้ดีขึ้น