อาหารกับการดูแลสุขภาพ

            โยคะมีคำแนะนำเกี่ยวกับอาหารเป็นการเฉพาะสำหรับผู้สนใจจริงจัง เรียกว่า มิตาหาระซึ่งมาจากคำว่ามิตาหมายถึงปริมาณที่จำกัดและอาหาร ในแง่ปฏิบัติก็คือการกินอาหารแต่น้อย สำหรับคนส่วนใหญ่ การควบคุมอาหารถือเป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ยากที่สุด เพราะเราไม่เพียงแต่กินอาหารเพื่อสนองความต้องการทางร่างกาย เพื่อนำสารอาหารไปเลี้ยงระบบต่างๆ ให้ทำงานได้ตามปกติเท่านั้น แต่เรายังกินอาหารตามสภาวะอารมณ์อีกด้วย นิสัยการกินแบบนี้ไม่เพียงทำให้เรามีน้ำหนักเกิน แต่ยังทำให้ร่างกายต้องทำงานมากเกินความจำเป็น ต้องใช้พลังงานไปย่อยอาหารที่เราไม่ต้องการ      ดังนั้นโยคะจึงมีคำแนะนำให้กินอาหารแต่น้อย เพียงพอที่จะทำให้ร่างกายแข็งแรงและมีสุขภาพดี

            มิตาหาระ ในแง่มุมทางปริมาณคือ อาหารที่ไม่มากเกิน ไม่น้อยเกินความจำเป็น เรามีแนวโน้มที่จะกินมากเกินอยู่แล้ว ยิ่งกินมากยิ่งอยากมาก อาหารที่มากเกินทำให้รสเปรี้ยว รสเค็ม รสเผ็ด อาหารที่มากเกินทำให้กระเพาะอืด ลดความแข็งแรงของ มัสเซิลโทน และขัดขวางกระบวนการย่อยอาหาร ท้องผูกคือผลโดยตรงของการกิอาหารมากเกิน

            อาหารที่มากเกินทำให้เกิดเมือกมากเกิน นั่นหมายถึงร่างกายต้องใช้พลังงานมากขึ้นในการขับเมือกนั้น ผลก็คือเกิดความเฉื่อยเนือย โยคีปรารถนาที่จะมีสมองอันปลอดโปร่งดังนั้น จึงกินแต่น้อย กฎทั่วไปคือ ไม่กินจนอิ่ม ใส่อาหารไม่เกินครึ่งกระเพาะ น้ำอีกหนึ่งในสี่ ที่เหลือปล่อยว่างไว้ พูดง่ายๆก็คือ ความรู้สึกตอนลุกออกจากโต๊ะอาหารนั้นต้องไม่ใช่อิ่มแปล้และมีพื้นที่ในท้องเหลือให้สามารถที่จะกินได้อีก

            มิตาหาระ ในแง่มุมคุณภาพคือ อาหารต้องมีคุณค่า หวาน ไม่แห้งเกินไป และถูกปาก ควรเป็นอาหารที่ย่อยง่ายและไม่มีอะไรไปรบกวน โยคะแนะนำอาหารที่โปรตีนต่ำ คาร์โบไฮเดรตสูง อาหารจำพวกโปรตีน เมื่อผ่านไปตามลำไส้จะทำให้เกิดแก็ส ระบบการทำงานของระบบขับถ่าย ขณะที่คาร์โบไฮเดรตไม่ก่อให้เกิดแก็สทั้งในและนอกลำไส้ ยิ่งกว่านั้นเมื่อกากใยหรือน้ำตาลถูกย่อยในลำไส้ จะก่อให้เกิดกรดที่สามารถป้องกันการเกิดแก็สดังนั้น เราถือว่าคาร์โบไฮเดรตเป็นอาหารประเภทไม่เป็นพิษ

            ผลไม้ทุกชนิดพืชตระกูลถั่ว ผัก มีโปรตีนเล็กน้อย อาหารเหล่านี้ไม่เพียงไม่เป็นพิษ แต่เรียกได้ว่าต้านพิษทีเดียว เป็นที่รู้กันมานานว่าผลไม้ มีคุณสมบัติในการชำระล้าง ผลไม้สามารถรักษาปัญหาท้องผูกเรื้อรังได้อย่างมีประสิทธิภาพ โยคีไม่นิยมอาหารประเภทเนื้อ ปลา และไข่ ส่วนหนึ่งเป็นเหตุผลด้านจริยธรรม ในเรื่องของอหิงสา โยคีเคารพในทุกชีวิต อีกส่วนหนึ่งเป็นเหตุผลทางด้านสุขภาพ เนื้อทุกชนิดมีโปรตีนสูง ซึ่งย่อยสลายเร็วและก่อให้เกิดพิษ คนที่คุ้นเคยกับการกินเนื้ออาจกลัวว่าหากหยุดกินจะมีปัญหาขาดโปรตีน แต่จากการทดลอง จากประสบการณ์จริง ได้แสดงให้เราเห็นว่า ปริมาณโปรตีนที่ร่างกายต้องการนั้นไม่มากและสามารถรับจากที่มีอยู่ในพืชได้อยู่แล้ว

           ไข่มากเกินไปก็มีปัญหา โดยเฉพาะไข่ต้ม ไข่เจียว เรามักพบสารอัลบูมินจากไข่ที่ย่อยไม่ได้ ตกค้างอยู่ในอุจจาระ ไข่ก็เหมือนเนื้อ คือย่อยเร็ว ก่อให้เกิดแก็สซัลเฟอร์เรทไฮโดรเจน ในลำไส้ใหญ่ที่เป็นพิษ เพราะแก็สเหล่านี้เอื้อให้แบคทีเรียในลำไส้ใหญ่โตเร็วเกินไป

           นายแพทย์วิคเตอรื พอเชท ระบุว่า การกินเนื้อเป็นสาเหตุของไส้ติ่งอักเสบ ขณะที่นักวิจัยเออร์วิง ฟิชเชอร์ พบว่าคนกินเนื้อจะมีความทนทานน้อยลง เมื่อนำคนกินเนื้อกัยคนไม่กินเนื้อมาทดสอบการเหยียดแขนค้างไว้ พบว่าคนไม่กินเนื้อสามารถเหยียดได้นานกว่าถึง 2 เท่า


ทัศคติ และ อาหาร


           แม้หน้าที่ของอาหารคือ ให้พลังงาน สร้างเนื้อเยื่อ และทำให้ร่างกายทำงานเป็นปกติ อาหารยังมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของมนุษย์โยคะเน้นว่าเราจำเป็นต้งมีทัศนคติที่เหมาะสมต่อการกินอาหาร ควรกินอาหารด้วยอาการสงบ ท่ามกลางบรรยากาศที่สงบ ปราศจากการรบกวน ปรุงอาหารด้วยความรัก ความเอาใจใส่และกินอาหารด้วยความรัก เชื่อกันว่า อาหารที่เตรียมด้วยความรักให้ผลแตกต่างกันกับอาหารที่เรียมโดยปราศจากความรัก

          ในการทดลองสังเกตความสัมพันธ์ระหว่างสมองต่อรูปร่างของกระเพาะ พบว่า การรบกวนสมองทำให้รูปร่างของกระเพาะอาหารบิดเบี้ยว มีการหดตัวคล้ายกับคนเป็นโรคกระเพาะ ในทางตรงกันข้าม การนั่งสมาธิทำให้กระเพาะอาหารทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

 

อาหาร กับ การฝึก


           เป็นกฎปฏิบัติว่าเราไม่ทานอาหารก่อนฝึกโยคะ หรือหลังการฝึกทันที เทคนิคโยคะบางชนิดต้องทำขณะท้องว่างจริงๆเท่านั้น แต่บางเทคนิค เช่น การชำระล้างช่องท้อง อาจต้องกินอาหารบางชนิดทันที เพื่อช่วยในการชำระล้างได้ดีขึ้นนั่นเอง ควรจะกินอาหารมือเล็กๆ บ่อยๆ ดีกว่ากินอาหารมื้อหนักแล้วเว้นเวลาระหว่างมื้อนาน ทางที่ดี ควรกินอาหารให้สัมพันธ์กับช่วงของลมหายใจ ขณะชัดเจนที่รูจมูกข้างขวา

          เป็นการดีสำหรับโยคี ที่จะเรียนรู้การควบคุมตนเองจากนิสัยการกิน ดังนั้น พัฒนาสุขภาพของตนและยกระดับจิตของตนด้วยการกินแต่น้อย